Comfy and Delicious
อารีย์ยังคงเป็นย่านสุดฮิตที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ของเหล่าคนชิคเสมอ ล่าสุดร้านอาหารชื่อดังที่ประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นอย่างดีที่เขาใหญ่อย่าง Kinlenn Eatery & Play ได้ขยายความอร่อยมาเปิดบริการให้ชาวกรุงได้ลิ้มรสอาหารหลากหลายสไตล์ภายใต้โลเคชันดี ๆ กันที่ Kinlenn Eatery & Play Ari ด้วยตัวร้านที่อยู่ติดกับ BTS สถานีอารีย์ จึงสามารถเดินทางมาทานอาหารกันได้แบบสบาย ๆ
เพราะด้วยความที่คอนเซ็ปต์ของทางร้านนั้นเน้นบรรยากาศความสนุกสนานตามชื่อร้าน 'กิน-เล่น' กิมมิกของที่นี่จึงอยู่ที่ไอเดียการจัดจานและการนำเสนอแต่ละเมนูที่แตกต่างกันออกไป เพิ่มความสนุกด้วยการคัดเลือกลักษณะของภาชนะสำหรับอาหารแต่ละชนิด โดยอาหารแต่ละเมนูจะถูกจัดมาอย่างประณีตตามแนวคิดที่ว่า “เราทําอาหารไทยรสชาติไทย ๆ ใส่ความสนุกด้วยการจัดจานให้ทุกมื้ออาหารของคุณได้ทั้งเพลินตาและอร่อยลิ้น”
ที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารไทยที่ให้รสชาติครบเครื่องตามแบบฉบับของทางร้าน โดยพร้อมเสิร์ฟหลากหลายเมนูจากทุกภูมิภาคของไทยให้คุณได้เลือกสั่งมาอิ่มอร่อยกันในที่แห่งเดียว นอกจากนี้ ยังมี Menu of the Day ซึ่งเป็นเมนูอาหารเที่ยงประจำวัน เอาใจชาวออฟฟิศย่านอารีย์กันอีกด้วย
Have Fun with Good Meal
กิมมิกอีกอย่างหนึ่งของทางร้านคือการแบ่งเมนูอาหารออกเป็นหมวดหมู่ ทั้งกินเล่น กินย่าง กินจริงจัง ให้ได้เลือกอิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ และภายหลังจากเลือกที่นั่งมุมสบายกันแล้ว ก็ได้เวลาลองสั่งเมนูรองท้องในหมวดกินเล่นมาทานเรียกน้ำย่อยกันสักหน่อยกับ ชุดรวมทอด ( 295 บาท) ชุดรวมของทอดที่ประกอบด้วย หมูสามชั้นทอดเกลือ ปีกไก่ทอดสมุนไพร มันม่วงทอด และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือจะเป็น ชุดรวมย่าง (295 บาท) ที่มีการคัดวัตถุดิบคุณภาพอย่าง คอหมูย่างนุ่ม ๆ ไส้กรอกอีสาน และไส้อั่วที่มีรสชาติเข้มข้นแบบต้นตำรับ เสิร์ฟมาร้อน ๆ พร้อมทาน ก็ดีงามไม่แพ้กัน
หากชอบทานอาหารรสชาติแซ่บ ๆ ทางร้านก็พร้อมเสิร์ฟด้วยเมนู ตำกินเล่น (185 บาท) ส้มตำรสชาติถึงเครื่องที่เสิร์ฟมาในชามทรงกลม ก่อนจะเพิ่มความน่ารักตรงที่เสิร์ฟมาพร้อมกับตะกร้าสานและชุดเครื่องเคียงแบบเน้น ๆ ทั้งเมล็ดกระถิน แหนม แคบหมู หมูยอ กุนเชียงทอดและผัดสด แนะนำให้สั่ง ไก่ย่าง (390 บาท) มาทานด้วยจะให้รสชาติที่เข้ากันมากขึ้น โดยที่นี่จะจัดชุดไก่ย่างครึ่งตัวแบบเสิร์ฟมาในถาด ตามด้วยน้ำจิ้ม 2 แบบ ทั้งน้ำจิ้มแจ่วและน้ำจิ้มซีฟู้ดให้เลือกทานตามชอบ พร้อมข้าวเหนียว ส้มตำเคียง ผักสด กระเทียม และพริกหนุ่มย่าง
ส่วนใครที่ชอบทานแกงเขียวหวานต้องไม่พลาดเมนู โรตีแกงเขียวหวาน (250 บาท) แกงเขียวหวานเนื้อตุ๋นเปื่อย ๆ ที่ให้กลิ่นหอมของเครื่องแกง เสิร์ฟมาพร้อมกับแป้งโรตีเนื้อหนานุ่มให้ทานคู่กัน สำหรับเมนูนี้ไม่ว่าจะสั่งมาทานเองหรือแชร์กับเพื่อนก็อิ่มอร่อยแบบกำลังดี
Main Dishes
มาถึงหมวดของกินจริงจังกันบ้าง ซึ่งทางร้านเสิร์ฟทั้งแบบเซ็ตเมนูข้าวน่าทานอย่าง ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือปลาแซลมอนทอดน้ำปลา (275 บาท) เป็นข้าวสวยร้อน ๆ ที่นำไปคลุกเคล้ากับน้ำพริกลงเรือรสชาติแบบไทย ๆ ก่อนจะเพิ่มความพิเศษด้วยการท็อปด้านบนด้วยปลาแซลมอนทอดน้ำปลาชิ้นโต เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงทั้งน้ำพริกลงเรือ ไข่เค็ม หมูหวาน และผักสดหวานกรอบให้ทานคู่กันกับน้ำพริก
หรือจะเป็นเซ็ต เส้นหมี่น้ำยาปู (490 บาท) ที่ทางร้านจัดมาเต็มอิ่ม ทั้งแกงปูใบชะพลูแบบฉบับอาหารใต้แท้ ๆ มาพร้อมกับเส้นหมี่ขาวจัดเป็นคำ ๆ ให้ทานง่าย มีใบเหลียงผัดไข่ เคียงมาด้วยหมูหวาน ทั้งหมดให้รสชาติถึงเครื่องตามแบบฉบับของทางร้าน อีกทั้งยังมีพริกน้ำปลาและผักสดให้ได้ทานแกล้มภายในเซ็ตนี้อีกด้วย
Sweet & Refreshing Drinks
ทานข้าวอิ่มแล้ว อย่าลืมสั่งของหวานมาทานล้างปากกันได้ แนะนำให้ลองทานเมนู บัวลอยมันม่วงมะพร้าวอ่อน (125 บาท) ขนมหวานแบบไทย ๆ ที่เสิร์ฟมาร้อน ๆ พิเศษด้วยตัวแป้งบัวลอยที่ทำมาจากเนื้อมันม่วงแท้ ๆ ให้รสชาติกลมกล่อม หรือถ้าใครชอบทานเค้กต้องไม่พลาด ชีสเค้กองุ่น (155 บาท) ชีสเค้กที่เสิร์ฟมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ท็อปด้านบนด้วยองุ่นสดสายพันธ์ุไร้เมล็ด พร้อมซอสเบอร์รีที่เพิ่มความหวานฉ่ำให้ของหวานจานนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของเครื่องดื่มขอแนะนำ Baby Sangria (185 บาท) น้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของน้ำองุ่นแบบโฮมเมดซึ่งทางร้านนั้นทำเอง ผสานเข้ากับรสเปรี้ยวหอมสดชื่นของส้มและเลมอน เป็นเครื่องดื่มแก้วพิเศษที่ช่วยรีเฟรชระหว่างวันของคุณให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า หรือจะเป็นอีกหนึ่งแก้วรสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่าง ชาเสาวรส (125 บาท) ก็สดชื่นไม่แพ้กัน ด้วยรสเปรี้ยวของเสาวรสสดและรสหวานธรรมชาติของน้ำผึ้งแท้ที่ทางร้านคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ผสานรสชาติกันออกมาเป็นความหวานอมเปรี้ยวที่ใครได้ลองดื่มเป็นต้องติดใจ
Special for Kids